“โค้ชมิโลวาน” ไม่หวั่นศักดิ์ศรี “ลิปปี้” ขอนำ “ช้างศึก” หักด่าน “มังกรจีน” ที่หวังคว้าชัยฉลองกัปตันทีมเล่นครบ 100 นัด

“โค้ชมิโลวาน” ไม่หวั่นศักดิ์ศรี “ลิปปี้” ขอนำ “ช้างศึก” หักด่าน “มังกรจีน” ที่หวังคว้าชัยฉลองกัปตันทีมเล่นครบ 100 นัด

ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา จ.สมุทรปราการ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ร่วมกับไทยรัฐทีวี ได้จัดแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการแข่งขันฟุตบอลนัดกระชับมิตรระดับ International ‘A’ Match ระหว่างทีมชาติไทย พบกับทีมชาติจีน ที่จะทำการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายน 2561 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน

โดย มาร์เชลโล่ ลิปปี้ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติจีน เปิดเผยถึงความพร้อมของลูกทีมว่า เรามีความพร้อมพอสมควร แม้ว่านักเตะบางรายอาจจะมีอาการบาดเจ็บจากนัดอุ่นเครื่องที่เอาชนะทีมชาติพม่า มาได้ 1-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม ทั้งนี้ทีมชาติจีนให้ความสำคัญกับการแข่งขันทุกๆ แมตซ์ โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับทีมชาติจีน ที่ต้องมีการทดลองแท็คติก และมีผู้เล่นสำคัญบางรายบาดเจ็บ มีการเรียกตัวผู้เล่นหน้าใหม่ๆ เข้ามาทดแทน เพื่อเตรียมความพร้อมและดูพัฒนาการของผู้เล่นทุกคนให้ได้มากที่สุด สำหรับการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นปีหน้า โดยเราจะใช้ประโยชน์จากเกมอุ่นเครื่องทุก ๆ นัดให้ได้มากที่สุด

สุดยอดเฮดโค้ชวัย 70 ปีชาวอิตาเลี่ยน ยังได้แสดงความยินดีกับ เจิ้ง จื้อ กัปตันทีม ที่จะลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ให้กับทีมชาติจีนในนัดที่พบกีบทีมชาติไทยว่า เจิ้ง จื้อ ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดตลาดกาลของทีมชาติจีนเคยมีมา หวังว่าเราจะได้ผลการแข่งขันที่ดีเพื่อร่วมฉลองให้กับ กัปตันทีมของเราในโอกาสที่ได้สร้างประวัติศาสตร์และเป็นสถิติใหม่ของการรับใช้ชาติ ส่วนตัวโชคดีที่ได้ร่วมงานกับ เจิ้ง จื้อ ที่เป็นผู้เล่นที่มีความเป็นมีอาชีพสูง มีวินัยในการฝึกซ้อม ทั้งยังเหมาะสมกับตำแหน่งกัปตันทีม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการดูแลเพื่อนร่วมทีม และเป็นตัวอย่างที่ดีในการรักษาสภาพร่างกาย และฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอให้กับนักเตะรุ่นหลังๆ มาตลอด

ขณะที่ เจิ้ง จื้อ กองกลางจอมเก๋าวัย 37 ปีจากสโมสรกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ กล่าวว่า ส่วนตัวภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนทีมชาติตั้งแต่นัดแรก จนถึงนัดนี้ ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทีม และทุก ๆ ฝ่าย ที่มีส่วนร่วมที่ทำให้ผมมาถึงวันนี้ และทำให้ทีมชาติจีนพัฒนามาถึงจุดนี้ได้ ทีมชาติจีนของเรากำลังอยู่ในช่วงผลัดเปลี่ยน นักฟุตบอลหลายๆคนเพิ่งติดทีมชาติครั้งแรกๆ ทุกคนถือเป็นอนาคตของชาติทั้งหมด สำหรับทีมชาติไทยพวกเขามีพัฒนาการที่ดีมาก ๆ นักเตะหลายคนอายุยังน้อยแต่หลายๆคนโชว์ฟอร์มได้ดีมาก ๆ เป็นอีกทีมที่น่าจับตามองในช่วงหลัง

ทางด้าน มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่างถึงการปะทะฝีมือกับ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ เฮดโค้ชทีมชาติจีน ว่า เรามีความยินดีที่ได้ต้อนรับเฮดโค้ชอย่าง มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ที่ถือเป็นสุดยอดโค้ชคนหนึ่งของโลก รวมถึงทีมชาติจีนที่ถือว่าแข็งแกร่งมาก ๆในฟุตบอลเอเชีย เกมอุ่นเครื่องที่เราจะได้พบทีมชาติจีนถือเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นมาก ๆ ซึ่งก็เป็นปกติของผมที่มักจะเรียกนักเตะหน้าใหม่เข้าสู่ทีมตลอด เราจะได้เห็นฟอร์มพวกเขาเหล่านั้นในการรับใช้ทีมชาติเพื่อการพัฒนาต่อไป

เฮดโค้ชทีมช้างศึก กล่าวถึงพัฒนาการของทีมชาติจีนด้วยว่า จีนกำลังเดินมาถูกทางแล้วทั้งการพัฒนาลีคในประเทศ การพัฒนาผู้เล่นเยาวชน และพวกเขาคงเป็นอีกหนึ่งชาติที่แข็งแกร่งในการแย่งตั๋วไปฟุตบอลโลกกับทีมของเราและทุกทีมในเอเชียในอนาคต

โค้ชมิโลวาน ราเยวัช ยังได้กล่าวถึง เจิ้ง จื้อ กัปตันทีมชาติจีน ที่เคยร่วมงานกันมาครั้งหนึ่งเมื่อ 16 ปีที่ก่อน ว่า เมื่อสมัย เจิ้ง จื้อ เป็นผู้เล่นดาวรุ่ง ก็แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ ทักษะที่ดี ทำให้เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาขึ้นเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ ซึ่งการติดทีมชาติครบ 100 นัดก็พิสูจน์แล้วว่า สิ่งที่ตนเห็นในวันนั้นเป็นจริง โอกาสนี้ก็ขอให้ เจิ้ง จื้อ ประสบความสำเร็จในอนาคต ทั้งในอาชีพนักฟุตบอล หรือเลิกค้าแข้งไปแล้วก็ตาม

ส่วนรูปแบบการเล่นกับทีมชาติจีนที่มีเกมรับที่แข็งแกร่งนั้น มิโลวาน ราเยวัช กล่าวว่า ในฟุตบอลสมัยใหม่ทุก ๆ ทีมต้องเล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับ แม้กระทั่งทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 2006 ของลิปปี้เองก็โดดเด่นมาก ๆ ในเรื่องของเกมรับ แต่ขณะเดียวกันพวกเขาก็มีเกมรุกที่ยอดเยี่ยม เพื่อผลการแข่งขันที่ดีในเกมพรุ่งนี้ เราจึงต้องทำให้ดีทั้งเกมรุกเกมรับ ฟุตบอลถึงจะออกมาสมบูรณ์แบบ และเชื่อว่า เราจะเป็นผู้ชนะในวันพรุ่งนี้

ด้าน ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กองกลางทีมชาติไทย กล่าวถึงการเก็บตัวฝึกซ้อมที่ผ่านมาว่า ครั้งนี้เรามีผู้เล่นหน้าใหม่ๆมาร่วมทีมหลายคน ซึ่งในการฝึกซ้อม ทุกคนก็แสดงศักยภาพในการฝึกซ้อมเต็มที่ เพราะหวังจะได้ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริงหรือมีส่วนร่วมกับเกมในวันพรุ่งนี้ ส่วนที่ผมเคยร่วมทีมชาติไทยไปเอาชนะทีมชาติจีน ด้วยสกอร์ 5-1 เมื่อปี 2556 ก็ถือว่านานมาแล้ว ตอนนี้ทั้งสองทีมมีความเปลี่ยนแปลงกันพอสมควร ทั้งในส่วนโค้ชและผู้เล่นหน้าใหม่ๆที่เข้ามา จึงเชื่อว่าการแข่งขันที่จะพบกับทีมชาติจีนจะเป็นเกมที่สนุกมาก ๆ และนักฟุตบอลทุกคนจะลงเล่นอย่างเต็มที่แน่นอน

สำหรับการแข่งขัน ระหว่างทีมชาติไทย กับทีมชาติจีน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในเวลา 18.30 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2561 จะถ่ายทอดสดทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 พร้อมกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ของไทยรัฐทีวี โดยจะเข้าสู่รายการถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 18.00 น. (หลังเคารพธงชาติ) เป็นต้นไป.